จัดทำโดย
นายนพนนท์ บุษปานนท์ เลขทะเบียน 5001103112
เรื่อง คลังเดินหน้าจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จัดสัมมนา “ร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ คาดสามารถช่วยเหลือปชช.ที่มีอาชีพอิสระได้..
วันนี้ (18 ก.ย.) นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สศค.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเวทีต่าง ๆ มาแล้ว 2 ครั้ง และจะมีการจัดสัมมนาอีก 2-3 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น คาดว่าหลังจากนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลับจากต่างประเทศ จะนำร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีประมาณสิ้นเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า
ผู้ อำนวยการ สศค. กล่าวต่อว่า จะมีการตั้งสำนักงานกองทุนการออมแห่งชาติเหมือนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บริหารกองทุน คาดว่าจะเปิดรับสมัครประชาชนที่มีอาชีพอิสระ และไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนที่รัฐบาลช่วยเหลือ เช่น กองทุน กบข. กองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอาชีพเกษตรกรรม พ่อค้า-แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย อาชีพอิสระทั่วไป เป็นแรงงานนอกระบบภายในกลางปี 2553 และหากไม่ดำเนินการเรื่องดังกล่าว อีก 20-30 ปีข้างหน้ากลุ่มดังกล่าวจะเป็นภาระต่อสังคมเมื่อเข้าสู่วัยชรา เพราะรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ที่มีอยู่ 24-25 ล้านคน โดยคาดว่าหากประชาชนกลุ่มดังกล่าวเป็นสมาชิกร้อยละ 100 จะใช้งบประมาณของรัฐบาลสมทบเข้ากองทุนประมาณ 22,000 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นจะเริ่มลดลง เพราะจะมีผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ออกจากกองทุน
นาย สมชัย กล่าวอีกว่า การตั้งกองทุนดังกล่าวจะทำให้มีเงินกองทุนที่สมทบจากรัฐบาลและประชาชนประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์ตอบแทนทั้งในตลาดหุ้น ฝากเงิน หรือลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ โดยจะค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำไม่ให้ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี จากค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ส่วนสมาชิกจ่ายเงินเข้ากองทุนขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท และจ่ายสมทบเพิ่มตามความสมัครใจได้อีกเดือนละ 100-1,000 บาท ขณะที่การสมทบของรัฐบาลกำหนดว่า ผู้ออมที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี มักจะไม่จ่ายสมทบ
"แต่เมื่ออายุ 20-30 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบให้ 50 บาทต่อเดือน อายุ 30-50 ปี จ่ายสมทบ 80 บาทต่อเดือน อายุ 50-60 ปี จ่ายสมทบเดือนละ 100 บาท โดยอัตราสมทบจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภาวะทางเศรษฐกิจด้วย และเมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปี จะมีสิทธิได้รับบำนาญจากเงินสะสมตลอดอายุไขและคืนเงินให้ผู้มีสิทธิได้รับผล ประโยชน์ ส่วนกรณีทุพพลภาพก่อนอายุ 60 ปี ไม่สามารถหารายได้จ่ายเงินเข้ากองทุน มีสิทธิขอรับบำเหน็จไม่เกินเงินสะสมและเงินผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลจะสมทบต่อเนื่องจากอายุครบ 60 ปี " ผู้อำนวยการ สศค. กล่าว ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/eco/33957
คำถาม
1.กองทุนเงินออมแห่งชาติจัดตั้งเพื่อคนกลุ่มใด
2.เงินที่ได้จากการจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ จะถูกนำไปใช้ในด้านใด
3.กลุ่มที่มีอายุเท่าใดที่รัฐบาลไม่จ่ายเงินสมทบ
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552
[Finance]โบรกฯเชียร์"ซื้อ"หุ้นDSGT ชี้กำไรดีปันผลงามให้ราคาเป้าหมาย6.40บ.
จัดทำบทความโดย
นาย ฉัตร์ เอี่ยมภักดี เลขทะเบียน 50011030102
เรื่อง โบรกฯเชียร์"ซื้อ"หุ้นDSGT ชี้กำไรดีปันผลงามให้ราคาเป้าหมาย6.40บ.
บล.กิมเอ็ง ฯวิเคราะห์ผลงาน " ดีเอสจี อินเตอร์เนชันเแนล " โดยคงแนะนำ "ซื้อ" หลังพบกำไรดีกว่าปีก่อน คาดทั้งปีอัตราเงินปันผลสูงถึง 8.2% ให้ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท ขณะราคาปัจจุบันอยู่ที่ 4.60 บาท
บริษัท หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย ) จำกัด (มหาชน) (KEST) ทำบทวิเคราะห์ประเมินหุ้น บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชันเแนล จำกัด (มหาชน) หรือ DSGT โดยมองว่าธุรกิจผ้าอ้อมยังเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจในไทยปีนี้จะชะลอตัวลง แต่ธุรกิจผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ยังคงเติบโตได้ 10-15% เนื่องจากสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ประชาชนหันมานิยมใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าตลาดจะแข่งขันด้านราคากันในปีนี้ แต่บริษัทก็ยังมีรายได้ที่เติบโตได้ถึง 12.3% ในครึ่งปีแรก จากปริมาณการจำหน่ายผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก (baby love) และสำหรับผู้ใหญ่ (Certainty) ที่เติบโตต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงเห็นว่าราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่าปีก่อนขณะที่ผลกำไรเติบโตได้เป็นโอกาสลงทุนที่ดี
**แนวโน้มผลกำไรครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริหารตั้งเป้าโตไม่ต่ำกว่า 10% ทั้งปี **
และเราคาดว่าผลกำไรปี 2553 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 16% yoy เป็น 281 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.94 บาท จากการขยายตัวของตลาดผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ( ที่บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 และ 1 ตามลำดับ) ที่คาดว่าจะยังเติบโต 10-15% ต่อปีไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
**คาดทั้งปีอัตราเงินปันผลสูงถึง 8.2% แนะนำ" ซื้อ "ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท **
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.14 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้วเมื่อ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลทั้งปีได้ 0.33 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 8.2% ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ต่ำเพียง 5.0 เท่าและมี upside อยู่ 58% จากราคาที่เหมาะสมของเราที่ 6.40 บาท อ้างอิง PER เป้าหมายที่ 8 เท่า (ปกติซื้อขายที่ PER 8-10 เท่า) จากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง, ผลกำไรที่ยังเติบโตได้ในครึ่งปีหลัง, ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 8.2% และราคาหุ้นที่ยังมีราคาต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานอยู่มาก ทำให้เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ " สำหรับ DSGT ขณะที่ราคาเมื่อ 4 ก.ย.ปรับขึ้นต่อเนื่องจากหลายวันก่อนแตะที่ 4.60 บาท
ที่มา http://www.thaiblognews.com/%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%AF%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99dsgt-%E0%B8%8A%E0%B8%B5/
คำถาม
1.บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชันเแนล จำกัด (มหาชน)ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร
2.ทำไมเราถึงควรลงทุนในหุ้น DSGT
3.แนวโน้มผลกำไรครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552
[ECON]การประชุม G20 เห็นพ้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
จัดทำบทความโดย
นางสาว ณัฐพร บุบผาผสม เลขทะเบียน 5001103101
เรื่อง การประชุม G20 เห็นพ้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
รัฐมนตรีคลังจากกลุ่มประเทศ G20 เตรียมร่างฉันทามติในการกระตุ้นเศรษฐกิจโลกและการปฏิรูปตลาดเงิน หลังจากที่ได้เข้าร่วมประชุมกันที่กรุงลอนดอน
โดยหลายฝ่ายคาดว่าที่ประชุมจะมีความเห็นสอดคล้องกันในเรื่องกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะมีความเห็นขัดแย้งกันบ้างในเรื่องอัตราการใช้จ่าย ขณะเดียวกันก็คาดว่าที่ประชุมอาจอภิปรายกันถึงกำหนดเวลาสำหรับการเริ่มผ่อนคลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมนีสามารถหลุดพ้นภาวะถดถอย
นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ ประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โกซีย์ของฝรั่งเศส และนางแองเจล่า แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า กลุ่มประเทศ G20 ต้องใช้นโยบายที่รัดกุมในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของธนาคาร พร้อมกันนี้ยังเห็นพ้องที่จะหาแนวทางควบคุมการจ่ายเงินโบนัสพนักงานธนาคารเพื่อป้องกันภาวะล่มสลายของตลาดเงินในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของยุโรปในการควบคุมการจ่ายโบนัสแก่พนักงานธนาคารอาจเผชิญกับเสียงคัดค้านจากสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมทำข้อตกลงให้ธนาคารต่างๆเพิ่มทุนสำรองเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตการเงินหวนกลับมาอีก บีบีซีรายงาน
ที่มา http://www.ryt9.com/s/iq03/641982/
คำถาม
1.การประชุม G20 จัดขึ้นณประเทศอะไร?
2.กำหนดการผ่อนคลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้นเกิดจากประเทศอะไรหลุดพ้นภาวะถดถอย?
3.นายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษได้เสนอแนวทางอะไรเพื่อป้องกันภาวะล่มสลายของตลาดเงิน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)