วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

[Finance]คลังเดินหน้าจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ

จัดทำโดย
นายนพนนท์ บุษปานนท์ เลขทะเบียน 5001103112
เรื่อง คลังเดินหน้าจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จัดสัมมนา “ร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ คาดสามารถช่วยเหลือปชช.ที่มีอาชีพอิสระได้..
วันนี้ (18 ก.ย.) นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สศค.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเวทีต่าง ๆ มาแล้ว 2 ครั้ง และจะมีการจัดสัมมนาอีก 2-3 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น คาดว่าหลังจากนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลับจากต่างประเทศ จะนำร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีประมาณสิ้นเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า
ผู้ อำนวยการ สศค. กล่าวต่อว่า จะมีการตั้งสำนักงานกองทุนการออมแห่งชาติเหมือนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บริหารกองทุน คาดว่าจะเปิดรับสมัครประชาชนที่มีอาชีพอิสระ และไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนที่รัฐบาลช่วยเหลือ เช่น กองทุน กบข. กองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอาชีพเกษตรกรรม พ่อค้า-แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย อาชีพอิสระทั่วไป เป็นแรงงานนอกระบบภายในกลางปี 2553 และหากไม่ดำเนินการเรื่องดังกล่าว อีก 20-30 ปีข้างหน้ากลุ่มดังกล่าวจะเป็นภาระต่อสังคมเมื่อเข้าสู่วัยชรา เพราะรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ที่มีอยู่ 24-25 ล้านคน โดยคาดว่าหากประชาชนกลุ่มดังกล่าวเป็นสมาชิกร้อยละ 100 จะใช้งบประมาณของรัฐบาลสมทบเข้ากองทุนประมาณ 22,000 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นจะเริ่มลดลง เพราะจะมีผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ออกจากกองทุน
นาย สมชัย กล่าวอีกว่า การตั้งกองทุนดังกล่าวจะทำให้มีเงินกองทุนที่สมทบจากรัฐบาลและประชาชนประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์ตอบแทนทั้งในตลาดหุ้น ฝากเงิน หรือลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ โดยจะค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำไม่ให้ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี จากค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ส่วนสมาชิกจ่ายเงินเข้ากองทุนขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท และจ่ายสมทบเพิ่มตามความสมัครใจได้อีกเดือนละ 100-1,000 บาท ขณะที่การสมทบของรัฐบาลกำหนดว่า ผู้ออมที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี มักจะไม่จ่ายสมทบ
"แต่เมื่ออายุ 20-30 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบให้ 50 บาทต่อเดือน อายุ 30-50 ปี จ่ายสมทบ 80 บาทต่อเดือน อายุ 50-60 ปี จ่ายสมทบเดือนละ 100 บาท โดยอัตราสมทบจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภาวะทางเศรษฐกิจด้วย และเมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปี จะมีสิทธิได้รับบำนาญจากเงินสะสมตลอดอายุไขและคืนเงินให้ผู้มีสิทธิได้รับผล ประโยชน์ ส่วนกรณีทุพพลภาพก่อนอายุ 60 ปี ไม่สามารถหารายได้จ่ายเงินเข้ากองทุน มีสิทธิขอรับบำเหน็จไม่เกินเงินสะสมและเงินผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลจะสมทบต่อเนื่องจากอายุครบ 60 ปี " ผู้อำนวยการ สศค. กล่าว ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/eco/33957
คำถาม
1.กองทุนเงินออมแห่งชาติจัดตั้งเพื่อคนกลุ่มใด
2.เงินที่ได้จากการจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ จะถูกนำไปใช้ในด้านใด
3.กลุ่มที่มีอายุเท่าใดที่รัฐบาลไม่จ่ายเงินสมทบ

4 ความคิดเห็น:

  1. 1.ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ
    2.นำไปลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์
    3.ต่ำกว่า20ปี

    น.ส.นภพร สุขเกษม 5001103065

    ตอบลบ
  2. 1.ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ
    2.นำไปลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์
    3.ต่ำกว่า20ปี

    น.ส.ขวัญวิไล จงเสริมสุข 5001103054

    ตอบลบ
  3. 1.ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ
    2.นำไปลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์
    3.ต่ำกว่า20ปี

    น.ส.สุดารัตน์ คงแป้น 5001103053

    ตอบลบ
  4. 1.ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ
    2.นำไปลงทุนเพื่อหาผลประโยชน์
    3.ต่ำกว่า20ปี

    นางสาวปิ่นสุมา ช้างโรง ID.5001103167

    ตอบลบ