วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

[ Finance] +Q วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์


จัดทำบทความโดย
นางสาว สุจิตรา ห่านสัมฤทธิ์ เลขทะเบียน 5001103096
เรื่อง วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์
ในชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้ว่าเราเองก็กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจล้มเป็นโดมิโนซึ่งมาจากพี่ยักษ์ใหญ่คนสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา คนมีงานทำกลับต้องมาเตะฝุ่นมากกว่าล้านคนทั่วโลก ออเดอร์จากการสั่งสินค้าไม่ขยับมีกลับถดถอยลง ทำเอาลูกบ้านอย่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งบ้านเราได้รับอานิสงส์นี้มาด้วย ถ้าจะย้อนไปให้ดีๆก็ไม่ต่างกับเหตุการณ์ฝันร้ายของคนไทยในปี 2540 วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Crisis) ซึ่งไทยเองก็ได้รับบทเรียนราคาแสนแพงเช่นกันนี้มาก่อน คำถามทำไมประเทศมหาอำนาจเช่นอเมริกาถึงตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ กล่าวได้ง่ายๆก็คือ การใช้จ่ายเงินในอนาคตที่เรียกง่ายๆก็คือ บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เป็นกลไกหลักอย่างหนึ่งที่ขับเคลื่อนวิกฤตการณ์นี้ มูลค่าของเงินได้เข้ามาเป็นหนึ่งในปัจจัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของมนุษย์ พอมีเงินแล้วก็สามารถเลือกเฟ้นหาสิ่งต่างๆที่ใจเราต้องการ รวมทั้งที่อยู่อาศัยซึ่งมนุษย์เองก็ต้องการไม่แพ้กับเงิน ถ้ามนุษย์ต้องการแสวงหาบ้านดีๆซักหลังแต่ต้องผิดหวังกับรายจ่ายที่ต้องมีมากกว่ารายรับ แล้วทางออกของปัญหาหละจะทำอย่างไร ก็ตอบได้ง่ายๆก็คือ ทำการกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อมาซื้อบ้าน แต่เนื่องมาจากหลายปีที่ผ่านมาราคาอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาดีดตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากอัตราการขยายตัวของประชากรเพิ่มขึ้น อีกทั้งจากการเก็งกำไรของผู้ลงทุน ทำให้ราคาบ้านมีราคาสูงอย่างเห็นได้ชัดแตกต่างกับรายได้ที่มีเท่าเดิม ทำให้สถาบันการเงินต่างๆเล็งเห็นดีว่าแม้จะทำการหักค่าใช้จ่ายของผู้กู้แล้ว ก็ไม่เพียงพอสำหรับจ่ายหนี้ที่กู้มาได้ ทำเอาผู้คนที่มาใช้บริการถึงกับกุมขมับยอมกลับบ้านอย่างผิดหวัง ทั้งนี้มีผลมาจาก นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ทำให้ราคาตลาดอสังหาริมทรัพย์ผันผวนทางด้านสถาบันการเงินของสหรัฐฯก็ได้วิตกกับปัญหาเหล่านี้ และพยายามจะหาทางออกโดยใช้ตราสารหนี้ (ประเภทซับไพร์ม)ชนิดใหม่ขึ้นมา โดยมีมาตรการจูงใจลูกค้าด้วยผลตอบแทนในราคาที่สูงกว่าเกณฑ์ เพื่อดูดเม็ดเงินจำนวนมากไหลมาในระบบ จากบรรดาผู้มีอันจะกิน หรือแม้กระทั่งสถาบันการเงินอื่นๆก็ตาม เท่ากับว่าสถาบันการเงินยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ต่อที่ 1 มีเม็ดเงินไหลมาในระบบ ต่อที่ 2 บริหารจัดการเงินที่ได้มานั้น เอาไปปล่อยสินเชื่อให้กับนักลงทุนที่จะนำไปลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกต่อ ตราสารหนี้ประเภทซับไพร์มเหล่านี้ ก็แพร่หลายในสหรัฐฯอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จึงทำให้เกิดตราสารหนี้ชนิดเดียวกันนี้ออกดอกออกผลมากมาย ในขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ผันผวนอยู่นั้น เหล่าบรรดาสถาบันการเงินก้องัดกลยุทธ์เด็ดๆ เรียกได้ว่าถ้าเป็นขนมหวาน ก็คงไม่พลาดที่มดจะมากินทั้งรัง ทำเอาพฤติกรรมการใช้เงินของชาวอเมริกันจากเดิมที่ฟุ้งเฟ้ออยู่แล้วถึงกับลอยลิ่วตัวปลิวกับการใช้จ่าย อย่างไรก็ตามงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในอีกไม่กี่ปีให้หลัง เศรษฐกิจของสหรัฐก็เริ่มมาถึงทางตัน ระบบทางการเงินขาดสภาพคล่อง ราคาที่ดินจากเดิมที่รุ่งโรจน์ก็พร้อมใจกันแตกดับ คนอเมริกันที่มีชีวิตอันสวยหรูกลับมาต้องหมดอาลัยตายอยาก สถาบันและบริษัทการเงินประเมินแล้วว่ารายรับที่คาดว่าจะได้กลับกลายเป็นอากาศ ต่างก็หาทางออกอย่างรวดเร็ว ถึงกับกวดขันอย่างจิงจังเรื่องการกู้เงิน เรื่องการขอสินเชื่อเป็นเรื่องไม่หมูอีกต่อไป เงินเริ่มฝืดเพราะประชาชนมีหนี้ท่วมหัว จะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็คิดมากขึ้น เศรษฐกิจของชาติกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ก็เพราะความผิดพลาดในการปล่อยสินเชื่อซับไพร์มเป็นจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการขายต่อออกไป อีกทั้งภาครัฐยังไม่มีมาตรการที่รัดกุมพอ ประกอบกับความจูงใจในตราสารหนี้ หรือแม้กระทั่งความเลินเล่อในการประเมินค่าความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ รัฐบาลสหรัฐอเมริการีบเข้า TakeOver สถาบันจำนองสินเชื่อบ้าน โดยหวังพยุงตลาดอสังริมทรัพย์ และไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส (Lehman Brothers) , AIG Group (American International Group) และสถาบันการเงินต่างๆในสหรัฐถึงขั้นวิกฤตขาดสภาพคล่องในการบริหารจนนำมาสู่ ประกาศขอล้มละลายจนทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องเข้ามาอุ้มกิจการเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาที่มีเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับโลก กลับต้องดิ่งสู่เหวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมความเสียหายยังส่งผลเป็นสึนามิต่อประเทศต่างๆในโลก ที่มีเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ
(บทความโดย นายเดชบดินทร์ บุญพา, สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง)
ที่มา www.suretax-accounting.com
คำถาม
1. วิกฤตการณ์ HAMBERGER CRISIS นี้ ตรงกับวิกฤตการณ์ใดที่ประเทศไทยเคยประสบปัญหามา
2. ธนาคารกลางสหรัฐ มีชื่อที่เป็นทางการว่าอะไร
3. ธุรกิจใดที่ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ HAMBERGER CRISIS นี้เกิดขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น