วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

[ Finance] +Q อุตฯจับมือกองทุนไอเอ็นจีอุ้มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวล


จัดทำบทความโดย
นาย ฉัตร์ เอี่ยมภักดี เลขทะเบียน 50011030102
เรื่อง อุตฯจับมือกองทุนไอเอ็นจีอุ้มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวล
อุตฯจับมือกองทุนไอเอ็นจีอุ้มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้เชื้อเพลิงจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เผยโฉมโรงไฟฟ้าต้นแบบเตรียมแจ้งเกิดที่ จ.สระบุรี ก่อนทยอยตามมาอีก 30 แห่ง มูลค่าลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท...นางพรรณี จารุสมบัติ เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) วางแผนการต่อยอดการพัฒนาภาคเกษตรของไทยไปสู่การเชื่อมโยงการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการนำวัตถุดิบที่เหลือใช้จากการเกษตรที่มีอยู่จำนวนมากมาสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ศึกษาการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ถูกทิ้งให้สูญเปล่าเช่น แกลบ ซังข้าวโพด ซังตอข้าว ทะลายปาล์ม มาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร จากเดิมที่วัสดุเหลือทิ้งจากพืชเหล่านี้จะถูกนำไปเผาทิ้ง
ทั้งนี้ กสอ.ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าขนาดเล็กจากประเทศจีนเข้ามาช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าชีวมวล และให้คำปรึกษาแก่สหกรณ์การเกษตร, องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ที่ต้องการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า
ชีวมวลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กสอ.ยังดึงสถาบันการเงินเข้ามาให้การสนับสนุน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย) หรือ ING FUNDS ได้จัดตั้งกองทุนที่จะเข้ามาสนับสนุนการลงทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้ชื่อ "กองทุนเพื่อลงทุนและบริหารและ จัดการอุตสาหกรรมไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน" เงินลงทุน 10,000 ล้านบาท วางเป้าในการลงทุน 3 ปี เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล 100 แห่ง ผลิตไฟฟ้ารวมกัน 100 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนของกองทุนเพื่อลงทุนฯดังกล่าว จะเป็นในลักษณะการไปซื้อกิจการโรงไฟฟ้าที่มีการลงทุนแล้วเสร็จทั้งหมด 100% หรือเป็นการลงทุนร่วมกันกับเจ้าของโรงไฟฟ้าในลักษณะถือหุ้นร่วมกัน รวมไปถึงการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า การร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการจะทำให้ กิจการดังกล่าวมีความเข้มแข็งในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น
"ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมลงนามแสดงเจตจำนงร่วมมือกับกองทุนไอเอ็นจีในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลแล้ว 30 ราย คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 3,000 ล้านบาท ซึ่งการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล ถือเป็นรูปแบบใหม่ที่จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าแบบครบวงจรเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่จะสามารถขายวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้แก่โรงไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง คาดว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งแรกจะเปิดดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้ในเดือน ธ.ค.นี้ ที่ จ.สระบุรี"
ทั้งนี้ ผลจากการศึกษาของ กสอ.ยังพบว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลสามารถผลิตไฟฟ้าได้ขนาด 1 เมกะวัตต์ จะช่วยกระจายรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ 5-9 ล้านบาทต่อปี เพิ่มมูลค่าและกำจัดขยะชีวมวลได้ประมาณปีละ 15,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 40,000 ตันต่อปี โดยตั้งเป้าว่า ใน 5 ปีข้างหน้าจะสามารถจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ประมาณ 100 แห่งทั่วประเทศ ส่วนผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับคือ ช่วยลดการใช้ก๊าซธรรมชาติได้ประมาณ 140,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คิดเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิต 300,000 ตันต่อปี อีกทั้งปริมาณวัสดุเหลือทิ้งและขยะในชุมนุมชนจะลดลงได้ 1 ล้านตันต่อปี
นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งและขยะอีก 300 บาทต่อตัน หรือเท่ากับ 300 ล้านบาทต่อปี โดยรายได้ในส่วนนี้จะกระจายกลับไปยังท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประชาชนในท้องถิ่น สำหรับผู้ที่สนใจจะจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลจะต้องพิจารณาถึงวัตถุดิบที่ใช้ป้อนในการผลิตไฟฟ้าว่ามีเพียงพอหรือไม่ และสามารถยื่นรายละเอียดโครงการได้ที่กระทรวงอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ.


คำถาม
1) โรงไฟฟ้าชีวมวลต้นแบบที่ใช้เชื้อเพลิงจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจะสร้างขึ้นที่ไหน
2) วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ถูกนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงได้แก่อะไรบ้าง
3) กองทุนที่จะเข้ามาสนับสนุนการลงทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมมีชื่อว่าอะไรและองค์กรใดเป็นผู้จัดตั้ง

3 ความคิดเห็น:

  1. 1.ที่ จ.สระบุรี
    2.แกลบ ซังข้าวโพด ซังตอข้าว ทะลายปาล์ม
    3."กองทุนเพื่อลงทุนและบริหารและ จัดการอุตสาหกรรมไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน"สถาบันการเงินเข้ามาให้การสนับสนุน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย)

    นางสาว เจนจิรา แซ่แง้ 5001103056

    ตอบลบ
  2. 1.ที่ จ.สระบุรี
    2.แกลบ ซังข้าวโพด ซังตอข้าว ทะลายปาล์ม
    3."กองทุนเพื่อลงทุนและบริหารและ จัดการอุตสาหกรรมไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน"สถาบันการเงินเข้ามาให้การสนับสนุน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย)

    นางสาว ทาริณี แซ่แง้ 5001103057

    ตอบลบ
  3. 1.ที่ จ.สระบุรี
    2.แกลบ ซังข้าวโพด ซังตอข้าว ทะลายปาล์ม
    3."กองทุนเพื่อลงทุนและบริหารและ จัดการอุตสาหกรรมไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน"สถาบันการเงินเข้ามาให้การสนับสนุน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย)

    น.ส.นภพร สุขเกษม 5001103065

    ตอบลบ