
จัดทำบทความโดย
นาย มนัส พลไพรินทร์ เลขทะเบียน 5001103084
เรื่อง มาทำความรู้จักตราสารอนุพันธ์กัน
“ตราสารอนุพันธ์ (Derivative)” เป็นตราสารทางการเงินประเภทหนึ่งที่มีมูลค่าเกี่ยวเนื่องกับมูลค่าของสินทรัพย์ที่ถูกนำมาใช้อ้างอิงในการซื้อขาย หรือที่เราเรียกกันว่า“สินทรัพย์อ้างอิง” นั่นเอง โดยมูลค่าของตราสารอนุพันธ์จะได้รับอิทธิพลโดยตรงจากมูลค่าของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นๆ ทั้งนี้ เมื่อมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ และอุปทานของสินค้าอ้างอิงในอนาคต มูลค่าของตราสารอนุพันธ์ก็จะปรับตัวตามทันที
ก็เหมือนกับการที่เราไปจองซื้อรถยนต์ในงานมหกรรมรถยนต์ซึ่งจะยังไม่ได้รับมอบรถภายในทันที ดังนั้น ผู้ขายจะทำการออกใบจองซึ่งระบุรายละเอียดและระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับรถให้แก่เราเป็นการล่วงหน้า เพื่อเป็นหลักฐานว่า บริษัทจะดำเนินการส่งมอบให้แก่เราผู้ถือใบจองก่อนตามรายละเอียดที่ได้ ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งใบจองที่บริษัทออกให้นี้เปรียบเสมือนกับตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งนั่นเองครับ นอกจากนี้ ทางบริษัทก็จะขอเรียกเก็บเงินมัดจำจำนวนหนึ่งจากเราในฐานะผู้ซื้อเพื่อแลก กับใบจองนั้น หากว่า หลังจากนั้น ความต้องการรถยนต์รุ่นนี้มีสูงขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้ราคาของรถรุ่นนี้ในตลาดสูงกว่าราคาจองซื้อในงาน ใบจองที่เราถือครองอยู่ก็ย่อมที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นตามเช่นเดียวกัน ในทางกลับกัน หากรถยนต์รุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป และราคาในตลาดลดต่ำลงกว่าราคาที่จองซื้อในงาน ใบจองซึ่งเราถือครองอยู่นั้นก็จะมีมูลค่าลดลงตามไปด้วย
จากตัวอย่างข้างต้น จึงพอสรุปลักษณะที่สำคัญของตราสารอนุพันธ์ที่เราควรทราบได้ดังต่อไปนี้
1. เป็นการตกลงทำธุรกรรมซื้อขายกันล่วงหน้าระหว่างคู่สัญญาสองฝ่าย โดยมีการตกลงรายละเอียดกัน ณ เวลาปัจจุบัน แต่จะมีการส่งมอบ และชำระราคากันจริงในอนาคต
2. มีค่ามูลค่าขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ถูกนำมาใช้อ้างอิงซึ่งอาจเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้หรือสินทรัพย์ทางการเงินก็ได้
3. มีการกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติตามภาระผูกพันหรือตราสารอนุพันธ์มีอายุจำกัดนั่นเอง
4. มีการระบุพันธะผูกพัน (Obligation) แก่ คู่สัญญาในการซื้อไว้เป็นการล่วงหน้า
ประเภทของสินค้าที่ซื้อขายในตลาดอนุพันธ์
โดยหลักๆ แล้วตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายกันในตลาดเงินทั่วโลก สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่
1. ฟิวเจอร์ส (FUTURES)
สัญญาซื้อขายสินทรัพย์ล่วงหน้าที่มีลักษณะคล้ายกับฟอร์เวิร์ด แต่จะแตกต่างกันตรงที่
a. มีการกำหนดรายละเอียด และเงื่อนไขไว้อย่างแน่นอน b. การซื้อจะทำในตลาดล่วงหน้าที่มีการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยต้องซื้อขายผ่านนายหน้าที่ เป็นบริษัทสมาชิกของตลาดล่วงหน้าแห่งนั้น c. มีการกำหนดบัญชีวงเงินประกันของทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย รวมถึงมีการปรับมูลค่าทุกสิ้นวันทำการทำให้สามารถรับรู้กำไร หรือขาดทุนได้ตลอดเวลา d. มีสำนักหักบัญชีดูแลในเรื่องการรับประกันการซื้อขายตามสัญญาที่ระบุไว้ โดยจะทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาแทนให้กับทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย e. มีองค์กรกำกับดูแลควบคุมให้การซื้อขายเป็นไปอย่างเป็นธรรม และโปร่งใส
2. ออปชั่น (OPTIONS)
สัญญาสิทธิ ผู้ขายมีภาระต้องปฎิบัติตามพันธะในสัญญา ในขณะที่ผู้ซื้อมีสิทธิ จะเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้
3. ฟอร์เวิร์ด (FORWARD)
สัญญาซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อ และ ผู้ขายเองเป็นการส่วนตัว หรืออาจดำเนินการผ่านสถาบันการเงินก็ได้ เนื่องจากฟอร์เวิร์ดเกิดขึ้นจากการทำสัญญาส่วนตัวระหว่างคู่สัญญากันเองกัน จึงไม่จำเป็นต้องมีการวางเงินประกัน หรือนำสินทรัพย์ใดๆ มาใช้ในการค้ำประกันสัญญาที่ได้จัดทำขึ้น การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะไม่ปฎิบัติตามสัญญาย่อมมีโอกาสเป็นไปได้สูง
4. สวอป (SWAP)
ข้อตกลงระหว่างบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป ในการแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคต
ทั้งนี้ ในปัจจุบันตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายใน บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ สัญญาฟิวเจอร์ส (FUTURES) และสัญญาออปชั่น (OPTIONS)
ที่มา http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=1586 เเละ http://www.tfex.co.th/th/investor_corner/knowledge_p2.html
คำถามประจำสัปดาห์
1. หากว่าตราสารอนุพันธ์ A เป็นตราสารที่ทำการซื้อขายอยู่ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) อ้างอิงยางแผ่นรมควันชั้น 3
จำนวน 5 ตัน มูลค่าสัญญาเท่ากับ 300,000 บาท อายุสัญญา 3 เดือนซึ่งเริ่มทำการซื้อขายในเดือนมกราคม ปีx3 หากในเดือนกุมภาพันธ์ปี x3 เศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ค่ายรถยนต์ต่างๆมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก มูลค่าของตราสารอนุพันธ์ A จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด และเพราะอะไร
2. จากข้อ 1 ตราสารอนุพันธ์ A จัดได้ว่าเป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทใด
3. ตราสารอนุพันธ์ตัวใดบ้างที่ยังไม่มีจำหน่ายในตลาดที่เป็นทางการของไทย
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ